จักราชแห่งศิวะนคร (บทที่2)
และความฝันของฉันก็จบอยู่แค่นั้นทุกที โดยที่ไม่มีโอกาสได้เห็นพระพักตร์ของราชินีคู่ราชบัลลังก์พระองค์นั้นเลยสักครั้ง เหมือนมีอะไรสักอย่างมาบังไม่ให้ฉันได้เห็นเธอผู้นั้น
ดอกเตอร์ครับทางข้างหน้านี่เห็นทีเราต้องเดินไปแล้วล่ะครับ เพราะมีซากปรักหักพังอยู่ทั่วไป ถ้าเอาช้างเข้าไปอาจสร้างความเสียหายได้
เสียงคะยิ่นของผู้นำทางชาวเขมรปลุกฉันให้ตื่นจากภวังค์และกลับมาสู่โลกแห่งความเป็นจริงอีกครั้ง
ถ้าอย่างนั้น อุปกรณ์ที่เอามานั้นจะทำยังไงล่ะคะ
ฉันชี้ไปที่ลังซึ่งบรรจุอุปกรณ์ทันสมัยที่จะใช้ในงานสำรวจในครั้งนี้
ไม่ต้องห่วงครับเดี๋ยวผมจะให้คนงานมาช่วยการหามเข้าไป ดอกเตอร์ไม่ต้องห่วงนะครับงานนี้เดี๋ยวผมคุมไปเอง
คะยิ่นตอบกลับมาอย่างรู้ใจ ทำให้ได้รับรอยยิ้มหวานของนายจ้างสาวตอบแทนกลับไป
ขอบใจมากจ๊ะคะยิ่น งั้นก็ดำเนินการได้เลยนะ
พูดจบก็ลงจากหลังช้างพร้อมทั้งยกเป้หลังส่วนตัวขึ้นมาสะพาย แล้วเดินนำไปก่อนอย่างคนรู้ทิศทางดี เมื่อเดินกันมาได้เกือบชั่วโมง คณะสำรวจทางโบราณคดีทั้งหมดก็เข้ามาสู่ศิวะนครกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เมื่อเดินกันเข้ามาถึงใจกลางเมือง ซึ่งมีประสาทหินหลังใหญ่ตั้งอยู่ ดอกเตอร์เกษราก็สั่งให้พักกองและกลางเต๊นท์ของคณะสำรวจให้เรียบร้อยซึ่งก็มีเต็นท์สำหรับนอนพักผ่อนรวมกัน 2 เต๊นท์ใหญ่แบ่งเป็นชายหญิงอย่างละเต็นท์ และเต็นท์สำหรับทำงานและวางอุปกรณ์สำคัญอีก 3 เต๊นท์ใหญ่ คณะสำรวจที่มากันคราวนี้มีนักโบราณคดีทั้งสิ้น11คนรวมทั้งเธอด้วย นอกจากนี้ยังมีนักวิทยาศาสตร์ร่วมคณะมาด้วยอีก3คน ไม่รวมพวกคนนำทางและลูกหาบอีกกว่า 20 ชีวิต
ทำให้คณะนี้เป็นคณะสำรวจที่มีความพร้อมมากๆทีมหนึ่ง โดยระยะเวลาที่จะทำงานกันที่นี่คือ 180 วันหรือประมาณ 6เดือน โดยเมื่อครบ1เดือนจะมีทีมมาสลับกันทำงานอยู่อย่างนี้จนครบ 6 เดือน
อาจารย์ครับ วันนี้เราจะทำอะไรกันบ้าง
นาธานหนึ่งในลูกศิษย์ที่ติดตามมาด้วยเข้ามาถาม
ฉันว่าวันนี้คงทำอะไรไม่ได้มากนัก เพราะอีก 2 ชั่วโมงแดดก็จะหมดแล้ว เอาเป็นว่าเราจะเตรียมอุปกรณ์ให้พร้อมและศึกษาเอกสารที่เอามาด้วยให้ดี พรุ่งนี้จะได้เริ่มงานกันจริงๆสักที ดีมั้ย
เกษราหันไปถามความเห็นทุกคนในคณะ และทุกคนก็เห็นด้วยกับเธอ จึงต่างแยกย้ายกันไปพักผ่อนและเตรียมงานที่จะต้องทำกันในวันรุ่งขึ้น เกษราหันไปมองหาผู้ร่วมทีมอีกคน ที่คาดว่ากำลังติดตั้งอุปกรณ์ต่างๆอยู่ และก็ใช่ ศ.ดร.เซเวอร์รัส ฟิลล์ กำลังยุ่งอยู่กับบรรดาเครื่องมือเครื่องใช้ทางอิเล็กทรอนิคอยู่จริงๆ
เฮ้..ฟิลล์ คุณจะไม่ไปพักผ่อนหน่อยเหรอ
เกษราเดินเข้าไปนั่งที่เก้าอี้สนามข้างๆดร.ฟิลล์
ยังล่ะ ผมจะติดตั้งเจ้าเครื่องนี้ให้เสร็จก่อนพรุ่งนี้จะได้ไม่ยุ่ง ว่าแต่คุณเถอะพรุ่งนี้จะเริ่มลุยจากตรงไหนก่อน
เขาพูดขณะก้มหน้าก้มตาทำงานต่อไป ทำให้เธออดชื่นชมในความขยันของเขาไม่ได้
ฉันว่าจะเริ่มจากวิหารกลางเมืองข้างๆนี่ก่อน เพราะในบันทึกบอกไว้ว่ามันเป็นวิหารที่อยู่ของเทพเจ้าที่ชาวเมืองที่นี่เมื่อกว่า 2000 ปีที่แล้ว เคารพยกย่องเป็นเทพสูงสุดนั่นก็คือพระศิวะ ฉันคิดว่าที่นี่น่าจะเป็นส่วนที่โดนทำลายน้อยที่สุดจากสงครามถ้ามันมีจริงๆเมื่อ 2000 ปีที่แล้วตามที่บันทึกบอก เพราะยังไงสถานที่ของเทพเจ้าก็ไม่มีใครกล้าจะแตะต้องอยู่แล้ว
ดร.เกษรา บอกหมายการทำงานให้เพื่อนร่วมงานฟัง
อืม ก็ถูกแล้วล่ะที่จะเริ่มจากตรงนี้ก่อนเพราะใกล้กับไซท์งานจะได้สะดวกเวลาติดตั้งเครื่องไม้เครื่องมือ ว่าแต่ว่าคุณศึกษาบันทึกนั่นอย่างละเอียดแล้วนะ มีอะไรให้ผมช่วยมั้ย
ดร.ฟิลล์ถามอย่างมีน้ำใจ
ฉันคิดว่าฉันจำมันได้ขึ้นใจทุกตัวอักษรเลยล่ะค่ะ แต่ถ้าคุณอยากจะดูบันทึกหนังคนนั่นจริงๆอีกทีก็ได้ค่ะดีเหมือนกันเผื่อมีอะไรตกหล่นจะได้ช่วยกัน
และเธอก็หันไปเปิดเป้ส่วนตัวพร้อมกับหยิบกระบอกไฟเบอร์ขนาดเท่ากระบอกไม้ไผ่ยาวฟุตครึ่งออกมา เปิดฝาออกแล้วดึงเอาแผ่นหนังสีดำผืนหนึ่งซึ่งถูกม้วนอยู่ออกมากางบนโต๊ะสนามตรงหน้า เพื่อให้ทุกคนที่อยู่บริเวณนั้นได้ดูด้วย ตัวหนังสือโบราญที่คาดว่าน่าจะเกิดจากการใช้ของมีคมกรีดลงบนหนังจนเป็นตัวอักษรเต็มพรืดไปหมดถ้าไม่เพ่งดีๆก็อาจจะมองไม่รู้เรื่อง ตอนแรกที่รู้ว่าหนังผืนนี้เป็นหนังมนุษย์ทุกคนต่างตกใจและประหลาดใจไปตามๆกัน ถ้าคณะนี้ไม่ใช่พวกที่เกิดและเติบโตในโลกที่เจริญแล้วแบบนี้ งานชิ้นนี้ก็อาจไม่ราบลื่นเท่าที่ผ่านมานี้ก็ได้ เพราะเธอเองตอนแรกก็ขนลุกอยู่เหมือนกัน
อืม...พระเจ้าวิษณุพรหมนาถนี้อาจจะเป็นปฐมกษัตริย์ของพระเจ้าสุริยวรมันที่2และพระเจ้าชัยวรมันที่ ๗ก็ได้ ถึงได้สร้างเมืองได้ใหญ่โตและมีรูปแบบคล้ายกันแบบนี้ อีกอย่างในพงศาวดารของเขมรเคยพูดไว้ไม่ใช่หรือว่า ก่อนที่จะมีตั้งถิ่นฐานบ้านเมืองที่เสียมเรียบหรือเสียมราฐเนี่ยผู้คนได้อพยพมาจากทางเหนือซึ่งที่นี่ก็อยู่ทางเหนือของนครเมืองพระนคร(ยโศธรปุระ) และเมืองพระนครหลวง (นครธม) ไม่ใช่หรือ
คำพูดของนักโบราญคดีสาวชาวสก็อตชื่อเอ็มม่า ซึ่งเพิ่งกลับมาจากการเดินสำรวมบริเวณโดยรอบทำให้ทุกคนต้องอึ้งและคิดกันอีกทีถึงสิ่งที่เธอพูดเพราะก็อาจจะถูกต้อง และเป็นข้อมูลสำคัญในการศึกษากันต่อไป
อืม ก็น่าคิด แต่ระยะเวลามันห่างกันตั้งเป็นพันปีจะหาอะไรมาสนับสนุนก็ยากเพราะที่นี่อายุตั้ง2พันปี แต่ที่นครวัดกับประสาทบายนสร้างมาแค่พันปี แต่เอาไว้เราค่อยๆคิดกันอีกทีแล้วกัน ตอนนี้เรามาช่วยกันดูบันทึกหนังคนผืนนี้ก่อน
ดร.ฟิลล์พูด ทำให้ทุกคนหันกลับมาสนใจข้อความภาษาโบราณในผืนหนังอีกครั้ง
ดีนะที่สลักอักษรเป็นภาษาสันสกฤษโบราญ ไม่งั้นล่ะก็เราคงทำงานกันยากกว่านี้เยอะเลย เพราะนี้เป็นข้อมูลทางอักษรชิ้นเดียวที่เรามีตอนนี้
เอ็มม่าพูด
ก็จริงนะ นี่ก็แสดงว่าถ้านครแห่งพระศิวะนี่เหมือนกับที่บันทึกบอกนี้ ต้องได้รับอารยธรรมมาจากอินเดียแน่นอน สังเกตจากตัวหนังสือที่ใช้และเทพเจ้าที่เคารพกันรวมทั้งชื่อคนสำคัญที่อยู่ในนี้ด้วย มีทั้งวิษณุพรหมนาถ พระเจ้าจักราธิราช
พระเจ้าชเยศวรนาถ พระนางอัมราเทวี และอะไรนะตรงนี่
นักโบราณคดีเลือดฝรั่งเศสผสมเยอรมันชื่อมาเรีย ก็สะดุดเข้ากับช่วงหนึ่งของบันทึก ทำให้ทุกคนต้องสนใจไปด้วย ตรงที่มาเรียชี้เป็นบริเวณที่ผืนหนังถูกพับไว้นานจนร่องรอยของตัวอักษรบางส่วนหายไปเป็นระยะ
รู้สึกจะพูดถึงนางอัปสร เกสร หรือชื่อเกสรอะไรสักอย่างนะ ดูตรงนี้สิตรงนี้ก็มีแต่ตัวหนังสือหายไปช่วงเดียวกัน แย่จริงๆ
ฟิลล์ชี้ให้ทุกคนดูทำให้คนที่นั่งเงียบฟังคนอื่นมานานอย่างดร.เกษรา อดแสดงความคิดเห็นไม่ได้เพราะเหมือนมีอะไรมาสะดุดใจสักอย่างตรงชื่อที่ว่า
จะว่าพูดถึงนางอัปสรก็ไม่น่าใจ เพราะบันทึกผืนนี้เป็นการบันทึกเหตุการณ์สำคัญๆในช่วงท้ายของรัชสมัยของวิษณุพรหมนาถ ซึ่งเท่าที่อ่านมามีแต่เรื่องของบ้านเมืองและราชสำนักในช่วงนั้น เรื่องของนางอัปสรซึ่งเกี่ยวกับความงามหรือการร่ายรำต่างๆไม่น่าจะอยู่ในบันทึกผืนนี้
เธอแสดงความคิดเห็น ทำให้คนอื่นต้องคิดตาม เพราะจะว่าไปเธอเป็นผู้ที่เชี่ยวชาญเกี่ยวกับเรื่องนี้มากที่สุดในกลุ่มนี้
อีกอย่างตรงนี้เนี่ยน่าจะเป็นชื่อของราชินีหรือคนที่ทรงรักมากที่สุด เพราะตรงนี้เป็นการพูดถึงการจากไปโดยกะทันหันของนางอันพระศิวะประทานลงมาให้คู่กับราชบัลลังก์ ทำให้พระศิวะเจ้าทรงกริ้วและสาปให้เมืองนี้ต้องพินาศลง
ศิวะเทพทรงประทานนางมาไซร์
แต่ไฉนทรงพรากนางไปจากอก
ต้องจำจากพรากไปมิอาจพบ
เป็นกาลจบพินาศภัยแห่งอาณา
ดร.เกรษา ชี้อ่านตามตัวอักษรให้ทุกคนฟัง
เอาเป็นว่าวันนี้เราไปพักผ่อนกันก่อนดีกว่า วันอื่นค่อยมาคิดกันถึงนางกษัตริย์คู่บัลลังก์ของวิษณุพรหมนาถองค์นี้กันอีกที พรุ่งนี้จะได้ลงมือทำงานกันแต่เช้า
ดร.ฟิลล์เป็นคนสรุปก่อนที่ทุกคนจะแยกย้ายกันไปพักผ่อน เหลือแต่ผู้พูดเองกับผู้ชำนาญทางด้านศิวะนครศาสตร์
เกรซ ผมรู้ว่าคุณทุ่มเทกับเรื่องนี้มาก แล้วก็ดีใจมากด้วยที่ได้ทำงานกับคุณ แต่อย่าเครียดเกินไปเลย วันนี้ตั้งแต่ออกจากเสียมราฐมาผมเห็นคุณเครียดอยู่ตลอดเวลาซึ่งผมอาจจะดูผิดไปก็ได้ ยังไงคุณไปพักผ่อนดีกว่านะ พรุ่งนี้พบกัน
พูดจบเขาก็เดินออกไป เพื่อเข้าไปพักผ่อนที่เต็นท์ของคณะ ส่วนเกษราก็เริ่มม้วนเก็บผืนหนังเข้ากระบอกเหมือนเดิม วันนี้เธอก็รู้สึกแปลกๆเหมือนที่ฟิลล์บอกจริงๆนั่นแหละ มันเหมือนเธอเดินเข้ามาในที่ซึ่งมีม่านหมอกปกคลุมไปทั่วทำให้เธอรู้สึกอึดอัด อยากจะระบายออกด้วยวิธีใดวิธีหนึ่งซึ่งเธอก็ยังคิดไม่ออก อีกอย่างช่วงนี้เธอฝันถี่เหลือเกิน ทุกภาพเหมือนจะยิ่งชัดเจน เหมือนเธอจะเข้าไปอยู่ในเหตุการณ์นั้นๆด้วยอย่างไรอย่างนั้น เธอเหนื่อยเต็มทีสำหรับวันนี้เห็นทีต้องไปพักผ่อนอย่างที่เพื่อนบอกจริงๆ
แล้วเธอก็เดินเข้าเต็นท์ของผู้หญิงโดยเตียงสนามของเธออยู่ริมสุดติดประตูพอดี ทุกๆคนในนี้กำลังเตรียมตัวเข้านอนกันแล้ว เพราะตอนนี้แสงแดดก็หมดไปแล้วทำให้ทำอะไรไม่สะดวก อีกอย่างที่นี่เราพยายามเก็บพลังงานฟ้าไว้ใช้ในงานสำรวจทำให้ไม่อยากหมดเปลืองโดยใช่เหตุ...
จบบทที่2